มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ต้องการปิดน่านฟ้าของอิสราเอลจากเครื่องบินของจอร์แดน เพื่อตอบโต้ที่อีกฝ่ายไม่ให้เครื่องบินของเนทันยาฮูผ่านน่านฟ้าไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากความขัดแย้งยืดเยื้อทางการเมืองและประวัติศาสตร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับการที่เขาต้องเลื่อนกำหนดการเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเป็นเพราะ “สถานการณ์ด้านความมั่นคงบริเวณน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบีย” หมายถึงการที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน พยายามยิงจรวดโจมตีคลังน้ำมันทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย และรัฐบาลริยาดตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบไปปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในเยเมน
 
ทั้งนี้ เนทันยาฮูไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า แล้วกำหนดการเยือนยูเออีรอบใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อใด ขณะที่รัฐบาลยูเออีไม่เคยมีท่าทีอย่างเป็นทางการ ว่าผู้นำอิสราเอลจะมาเยือนจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน เนทันยาฮูยังไม่ได้กล่าวถึงกำหนดการใช้เส้นทางบิน ซึ่งเดิมทีต้องการบินผ่านจอร์แดน แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลในกรุงอัมมาน ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งยิดเยื้อ ในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยของมัสยิดอัล-อักซอ ในนครเยรูซาเลม
 
อนึ่ง เมื่อมีการซักถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน เนทันยาฮูกล่าวเพียงว่า “จอร์แดนต้องการความสัมพันธ์ที่ดีกับอิสราเอล ไม่น้อยไปกว่าที่อิสราเอลต้องการความสัมพันธ์ที่ดีกับจอร์แดน”

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิสราเอลรายงานว่า เนทันยาฮูมีคำสั่งตรงไปยังกระทรวงคมนาคม ให้ปิดน่านฟ้าของอิสราเอลจากเที่ยวบินของจอร์แดน เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลอัมมานไม่อนุญาตให้เครื่องบินของเนทันยาฮูผ่านน่านฟ้า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่การที่คำสั่งของเนทันยาฮูไม่ได้มีการปรึกษาหารือร่วมกับคณะรัฐมนตรี สำนักงานการบินพลเรือนจึงยังไม่ได้ปฏิบัติตาม
 
ส่วนนายทีซาชี เบรเวอร์แมน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า เขาจะเร่งตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น และต่อมาเนทันยาฮู “เปลี่ยนใจ” และยกเลิกคำสั่งของตัวเอง ที่จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งอิสราเอลลงนามร่วมกับจอร์แดน เมื่อปี 2537 และเป็นการปูทางสู่การสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบ